วิธีควบคุมคุณภาพของลิปสติก “ลิปสติก” เป็นอีกไอเท็มที่สาวๆทุกคนล้วนมีติดในกระเป๋าไว้เสมอ สีและลักษณะของลิปสติกล้วนบ่งบอกอารมณ์และบุคลิกของสาวๆได้เป็นอย่างดี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางจึงมีการผลิตภัณฑ์และพัฒนาสีและลักษณะเนื้อสัมผัสของลิปสติกอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้ผลิตนั้นแน่นอนว่าการผลิตลิปสติกจำเป็นต้องตรวจสอบคุณภาพของลิปสติก ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เพียงแค่สี แต่ยังรวมถึงความเงาหรือพื้นผิวด้าน

อย่างที่เรารู้กันดีว่า สิปสติกในปัจจุบันมีหลากลาย เช่น

ลิปสติกเนื้อครีม (Cream Lipstick)
ลิปสติกเนื้อแมท (Matte Lipstick)
ลิปสติกเนื้อเชียร์และเนื้อซาติน (Sheer and Satin Lipstick)
ฟรอสตี้ลิปสติก หรือ ลิปสติกประกายมุก (Frosty หรือ Pearlescent Lipstick)
ลิควิคลิปสติก ( Liquid Lipstick )
ลิปกลอส และทินส์ ( Lip Gloss and Tins )
ลิปไลเนอร์ ( Lip Liner )
ลิปบาล์มหรือลิปมัน ( Lip balm )

แน่นอนว่าลิปสติกเหล่านี้ นอกจากสีที่ตามองเห็นแล้วยังมี “ความเงา” ซึ่ง ความเงาของวัตถุมีผลต่อการสะท้อนของแสง และมีอิทธิพลต่อดวงตาในการรับรู้สี

ยกตัวอย่าง เช่น ลิปสติกสีแดงมันวาวจะดูอิ่มตัวมากขึ้น ในขณะลิปสติกแท่งอื่นจะมีสีและเฉดสีคล้ายกัน แต่พื้นผิวด้านลิปสติกจะมีสีหมองคล้ำ โดยเหตุผลนี้ทำให้การวัดความเงา จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

เมื่อทำการวัดปริมาณความเงา (ความแวววาว) ซึ่งมีทั้งหมด 3 มุม ตัวอย่างวัดประเภท Semi Gloss แนะนำให้ใช้มุม 60 องศาซึ่งแสดงหน่วยเป็น Gloss Unit (GU) หากวัดได้ต่ำกว่า 10 GU หรือ สูงกว่า 70 GU จะต้องวัดอีกครั้งโดยใช้ มุมที่ 85 องศา หรือ 20 องศา ตามลำดับ นอกเหนือจากความเงาการประเมินพารามิเตอร์อื่นๆ เช่น ความขุ่น และ Rspec สามารถช่วยผู้ผลิตวิเคราะห์ทั้งกระบวนการผลิตตั้งแต่เตรียมวัตถุดิบไปจนถึงการตรวจสอบขั้นสุดท้ายก่อนถึงมือของลูกค้า

เครื่องวัดความเงาที่จะแนะนำในวันนี้คือ Rhopoint IQ-S มีมุม 20 องศา, 60 องศา และ 85 องศา ซึ่งมีความสามารถในการประเมินตัวอย่างได้หลากหลายตั้งแต่ ผิวมันจนถึงผิวด้าน นอกจากนี้ IQ-S ยังสามารถวัดค่าพารามิเตอร์ลักษณะอื่นๆ ได้ เช่น Rspec, ความขุ่น, ความแตกต่างของผิวส้ม (DOI), และคุณภาพของภาพสะท้อน (RIQ) ได้เป็นอย่างดี