เตือนภัย “ดื่มน้ำ” มากไประวัง ปกติแล้วหากคิดกันคร่าวๆ เราควรดื่มน้ำให้ราว 6-8 แก้วต่อวันถึงจะเรียกได้ว่าดื่มน้ำเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย แต่ก็ไม่ใช่เสมอไปในแต่ละคน และในแต่ละวัน

การดื่มน้ำเยอะ ในที่นี้หมายถึง การดื่มน้ำรวดเดียวหลายๆ แก้ว แม้ว่าในทางปฏิบัติอาจจะทำได้ ไม่ได้มีอันตรายอะไร แต่ในบางช่วงบางเวลา การดื่มน้ำรวดเดียวหลายๆ แล้ว อาจไม่ได้ส่งผลดีต่อร่างกายอย่างที่คิด

ช่วงเวลาไหนไม่ควร “ดื่มน้ำ” มากๆ

ก่อนกินอาหาร
อันที่จริงแล้ว การดื่มน้ำเล็กน้อยราวๆ 1 แก้วก่อนมื้ออาหาร ส่งผลดีต่อร่างกายในแง่ของการเตรียมความพร้อมของท้องต่อการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้การดื่มน้ำก่อนรับประทานอาหารยังอาจทำให้เราอิ่มเร็วขึ้น มีความอยากอาหารน้อยลง จึงเป็นวิธีที่ดีต่อคนที่กำลังลดน้ำหนักอยู่ด้วย แต่ไม่ควรดื่มน้ำก่อนรับประทานอาหารมากเกินไป อาจทำให้จุกเสียดท้องได้ ทางที่ดีควรดื่มน้ำครึ่งถึง 1 แก้ว ก่อนรับประทานอาหาร 30 นาที

ก่อนออกกำลังกาย
การดื่มน้ำก่อนออกกำลังกาย ส่งผลดีต่อร่างกายเช่นเดียวกับการดื่มน้ำก่อนรับประทาน แต่เป็นการให้ประโยชน์ในแง่ของการเติมน้ำให้กับร่างกายได้รู้สึกสดชื่น และเตรียมพร้อมกับการออกกำลังกายที่เป็นกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำไปเป็นจำนวนมากกว่าปกติ แต่การดื่มน้ำในปริมาณมากก่อนออกกำลังกายไม่กี่นาที อาจทำให้เกิดอาการจุกเสียดท้องระหว่างออกกำลังกายได้เช่นกัน ดังนั้นจึงควรจิบน้ำแก้วเล็ก หรือดื่มน้ำก่อนออกกำลังกาย 30 นาที

ก่อนนอน
บางคนอาจคิดว่า ช่วงเวลาก่อนนอนเป็นช่วงที่ควรกินน้ำมากๆ เพราะร่างกายจะขาดน้ำเป็นเวลานานจากช่วงเวลาที่นอนไปหลายชั่วโมง แต่จริงๆ แล้วการดื่มน้ำมากๆ ก่อนนอนไม่ได้ช่วยเรื่องการทดแทนการขาดน้ำระหว่างนอนมากขนาดนั้น หรืออีกนัยหนึ่งคือ ระหว่างที่เรานอน ร่างกายไม่ได้ต้องการน้ำในปริมาณมากขนาดนั้น หนำซ้ำ การดื่มน้ำมากๆ ก่อนนอนยังอาจทำให้เราต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะตอนกลางคืนบ่อยครั้ง ทำให้เรานอนหลับไม่เต็มที่อีกต่างหาก

อันที่จริงแล้ว นพ.ศิริอนันต์ ประสิทธิ์ รพ.ศูนย์ยะลา จ.ยะลา ระบุว่า เราควรงดดื่มน้ำก่อนเข้านอน 4 ชั่วโมง และควรปัสสาวะก่อนเข้านอน เพื่อไม่ให้ร่างกายต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะขณะที่กำลังนอนหลับอยู่ ถ้าหิวน้ำก่อนนอน ควรจิบเล็กน้อยพอหายกระหายน้ำก็เพียงพอแล้ว